ห่วงใยชาวอำเภอปัว อำเภอเชียงกลาง ที่ประสบอุทกภัย

ได้ทราบข่าวจากทางสื่อโทรทัศน์ หลายๆช่องแจ้งข่าวน้ำท่วมอำเภอปัว อำเภอเชียงกลาง และก็บนอำเภอบ่อเกลือแล้วอดเป็นห่วงไม่ได้ อำเภอปัวเป็นที่ราบลุ่มเชิงเขามีพื้นที่ราบไม่มาก พื้นที่ราบก็คือที่ตั้งของอำเภอปัวนั่นเอง ได้เคยคุยกับนักธรณีวิทยาที่มาเก็บข้อมูลในพื้นที่บอกว่าทั้งอำเภอเสียงต่อภาวะดินพังทลาย จากการที่ได้อยู่อำเภอปัวก็ทำให้ทราบข้อมูลบ้างบางส่วนเพราะภูมิประเทศของอำเภอปัวอยู่ติดกับภูเขาเวลาฝนตกมาป่าไม่สามารถรับน้ำได้มากก็ทำให้น้ำำไหลเข้าสู่หมู่บ้านข้างล่างด้วยความรวดเ็ร็๋วไม่ทันตั้งตัว สัญญาณเตือนภัยที่ติดที่บ้านร้องก็ไม่มีประโยชน์เพราะพื้นที่รับน้ำจริงๆแล้วโดนก่อนคือบ้านส้านบ้านบอน ที่น้ำไหลลงมาตรงบริเวณนั้น น้ำปัวพอยังมีฝายน้ำปัวที่ใหญ่พอรับน้ำได้ ส่วนน้ำอีกหลายสายไม่มีฝายหรือเขื่อนขนาดใหญ่รองรับหรือชะลอก่อน ทำให้น้ำลงมาสู่พื้นที่อำเภอปัวเร็วมาก ประชาชนเก็บของแทบไม่ทัน ใช้ประสบการณ์ของคนอำเภอปัวที่มีมานานนับร้อยปี คาดเดาว่าบริมาณฝนเท่านี้น้ำจะมาท่วมจึงเก็บของได้บ้างนี่คือภูมิปัญญาแต่ดั้งเดิม แต่ที่เป็นห่วงคือลองขับรถขึ้นไปบนภูเขาเขตอำเภอปัวหรือลองยืนอยู่ถนนสี่เลนส์มองไปทางเชียงกลางเราจะรู้ว่าป่าของเราไม่มีเหลือพอที่จะรับน้ำได้เพราะมีการทำำไร่ข้าวโพดกันมาก หน่วยงานรัฐบางหน่วยงานยังออกปากยอมแพ้ชาวบ้าน ด้านโรงเรียนก็ใ้ห้ความรู้นักเรียน ฝ่ายป่าไม้ก็พยายามที่จะดูแลแต่ คำถามตามมาถ้าเราไม่ทำข้าวโพดแล้วลูกหลานครอบครัวเราจะเอาอะไรกินนั้นคือสิ่งที่รัฐควรรีบไปแก้ไข ให้คนกับป่าอยู่ร่วมกันแบบพึ่งพาอาศํยกันได้ไม่ใช่คนไปเอาประโยชน์จากป่ามาอย่างเีดียวผลกระทบก็เกิดทุกปีน้ำท่วมแล้วที่น่าเป็นห่วงอีกอย่างการใส่ยาในข้าวโพดเวลาน้ำป่าำไหลลงมาอย่างนี้น้ำพวกนี้จะเจือปนไปด้วยสารพิษ ฝากบอกพี่น้องชาวปัวด้วยถ้ามีแผลไม่ควรลงน้ำเหตุเกิดที่อำเภอสามาแล้ว ถูกหนามตำนิดเดียวถูกน้ำที่อยู่ในนาข้าวที่มีสารเคมีเข้าแผลต้องตัดขามาแล้ว (คนนี้ไม่เป็นเบาหวานนะครับ) นั่นคือผลของการใช้สารเคมีกำจัดสัตรูพืช มากเกินความจำเป็น อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนงานป้องกันน้ำท่วมอำเภอปัวระยะยาว ดูสภาพน้ำการไหลของน้ำ สร้างฝายเก็บน้ำ และที่สำคัญคือให้องค์ความรู้กับประชาชนทุกด้านตั้งแต่การอนุรักษ์ธรรมชาติ การป้องกันตนเองจากภัยภับัติต่างๆ การมีส่วนร่วมของขุมชนในการดูแลรักษาชุมชนของตนเอง

%d bloggers like this: